ฮาร์ดดิสก์แสงเพลง [ตอน 1]

ฮาร์ดดิสก์แสงเพลง ตอน 1

ฮาร์ดดิสก์เก่าอย่าเพิ่งโยนทิ้ง นำมาดัดแปลงเป็นเครื่องยิงลำแสงเลเซอร์ที่ทำงานตามเสียงดนตรีกันดีกว่า

 
ฮาร์ดดิสก์แสงเพลง หรือ “คีตะรังสี” เมื่อเสร็จสมบูรณ์แล้ว

  • บทความ: ฮาร์ดดิสก์แสงเพลง
  • เขียนโดย: ลาภลอย วานิชอังกูร www.laploy.com
  • เขียนเมื่อ: 9-2007 CHIP 

     

เมื่อเราเปิดเพลงในคอมพิวเตอร์โดยใช้โปรแกรม วินโดวส์มีเดียเพลย์เยอร์ หรือโปรแกรม วินแอมป์ เราจะเห็นเส้นแสงแห่งดนตรีที่ขยับเขยื้อนไปตามจังหวะเพลง (visualization) มีลักษณะคล้ายภาพสัญญาณเสียงบนหน้าจอออสซิโลสโคป คงจะงดงามและเพลิดเพลินเป็นอย่างยิ่ง หากเรามีเส้นแสงที่ขยับตามเสียงดนตรี ฉายลงบนจอภาพขนาดใหญ่ หรือบนผนังบ้าน

บทความนี้จะสอนวิธีนำฮาร์ดดิสก์เก่าที่ใช้การไม่ได้แล้ว บวกกับวัสดุหาง่ายรอบตัว นำมาสร้างเป็นเครื่องยิงลำแสงเลเซอร์ที่ทำงานตามจังหวะเพลง ภาพที่ได้คล้าย visualization แต่ใหญ่กว่ามาก เพราะฉายลงบนผนังบ้านโดยตรง เป็นอุปกรณ์ที่ไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ควบคุม สามารถนำไปใช้กับเครื่องขยายเสียงสเตอริโอได้

โปรดดูวิดีโอสาทิตตัวอย่างการทำงานของฮาร์ดดิสก์แสงเพลงได้ที่เว็บไซต์ laploy.com เข้าไปในหัวข้อดาวน์โหลด จะมีวิดีโอสองไฟล์ ไฟล์แรกชื่อ hd-laser01.wmv เป็นภาพเส้นแสงเลเซอร์บนฝาผนัง อีกไฟล์ชื่อ hd-laser02.avi เป็นภาพตัวฮาร์ดดิสก์แสงเพลงขณะกำลังทำงาน (ให้ดาวน์โหลดไฟล์มาใส่ในคอมพิวเตอร์ของท่านก่อน แล้วจึงเปิดไฟล์โดยใช้โปรแกรมมีเดียเพลย์เยอร์ หรือโปรแกรมเล่นวิดีโออื่นๆ)

หรือที่ YouTube ภาพบนกำแพง ภาพการทำงาน

 

เส้นแสงดนตรีเมื่อฉายบนผนังห้อง ภาพที่เห็นประกอบด้วยภาพแปดภาพ แต่ละภาพมีขนาดประมาณ 5×5 เมตร

visualization ในโปรแกรมวินโดวส์มีเดียเพลย์เยอร์

visualization ในโปรแกรมวินแอมป์

หลักการทำงาน

ฮาร์ดดิสก์ที่เสีย ส่วนมากอาการเสียเกิดจากหัวอ่านทำงานผิดปรกติ หรือแผ่นดิสก์ชำรุด ส่วนแขนกล (actuator แกนที่เคลื่อนด้วยแม่เหล็ก) และลวดเสียง (voice coil ขดลวดแม่เหล็กไฟฟ้าที่ทำงานตามสัญญาณเสียง) มักยังทำงานได้ตามปรกติ เราจึงสามารถนำมันมาดัดแปลงใช้ในโครงงานนี้ได้

หลักการทำงานของฮาร์ดดิสก์แสงเพลงไม่มีอะไรซับซ้อน เราจะนำสัญญาณเสียงมาจากเครื่องขยายเสียง (เอามาจากจุดต่อลำโพง) ต่อเข้ากับลวดเสียงของฮาร์ดดิสก์ สัญญาณเสียงทำให้แขนกลสั่น เพราะแขนกลจะเคลื่อนไหวไปมาด้วยอำนาจของแม่เหล็กไฟฟ้าในลวดเสียง

เราจะใช้ลำแสงเลเซอร์ยิงไปยังกระจกเงาที่ติดตั้งไว้บนแขนกล เพื่อให้สะท้อนไปยังผนังหรือฉากรับภาพ เนื่องจากกระจกเงานี้จะสั่นตามจังหวะเพลง เส้นแสงที่ได้จึงถูกวาดขึ้นตามสัญญาณเสียง ต้นกำเนิดแสงเลเซอร์เราจะใช้เครื่องชี้แสงเลเซอร์ เพราะเป็นสินค้าราคาถูกที่หาซื้อได้ทั่วไป

แผนภูมิแสดงการทำงานของฮาร์ดดิสก์แสงเพลง

วงจรฮาร์ดดิสก์แสงเพลง

ในโครงงานนี้เราไม่ต้องสร้างวงจรอีเล็กทรอนิกส์ เพราะฮาร์ดดิสก์มีทุกอย่างที่เราต้องการแล้ว สิ่งที่เราต้องทำคือบัดกรีสายไฟสองเส้นที่ขั้วต่อลวดเสียงในฮาร์ดดิสก์ แล้วนำปลายอีกด้านไปต่อเข้ากับลำโพงของเครื่องขยายเสียงสเตอริโอ และจัดหาแหล่งจ่ายไฟเลี้ยงให้เครื่องยิงลำแสงเลเซอร์

วงจรฮาร์ดดิสก์แสงเพลง

ฮาร์ดดิสก์เจ้าเก่า

อุปกรณ์ที่เป็นหัวใจของโครงงานนี้คือฮาร์ดดิสก์เก่า เราจะใช้มันทำหน้าที่ขยับแสงเลเซอร์ตามจังหวะเพลง ฮาร์ดดิสก์เป็นอุปกรณ์ที่บอบบาง ชำรุดเสียหายได้ง่าย กระแทกแรงๆ หน่อยก็ชำรุดแล้ว มีอยู่ครั้งหนึ่งผู้เขียนกำลังอัพเกรดคอมพิวเตอร์ ฮาร์ดดิสก์วางอยู่บนโต๊ะ ยังไม่ได้ใส่เข้าไปในเคส แต่ต่อสายไฟและสายสัญญาณแล้ว ขณะที่กำลังติดตั้งวินโดวส์ ไขควงเกิดหล่นจากชั้นวางเครื่องมือลงบนฮาร์ดดิสก์พอดี ผลลัพธ์คือฮาร์ดดิสก์พัง

ผู้เขียนทำฮาร์ดดิสก์พังเพราะความสะเทือนขณะฮาร์ดดิสก์กำลังอ่าน-เขียนข้อมูลอยู่ไปหลายตัว ถึงแม้จะใช้งานอย่างระมัดระวังฮาร์ดดิสก์ก็ยังพังเมื่อหมดอายุการทำงานอยู่ดี นั่นเป็นเพราะฮาร์ดดิสก์เป็นอุปกรณ์ที่มีชิ้นส่วนเคลื่อนไหว คือหัวอ่านและจานบันทึกข้อมูล ส่วนจานจะเคลื่อนไหวตลอดเวลาที่เราเปิดคอมพิวเตอร์ ส่วนหัวอ่านจะเคลื่อนไหวเมื่อเกิดการอ่านหรือเขียนข้อมูลกับฮาร์ดดิสก์ การที่มีชิ้นส่วนเคลื่อนไหวทำให้ฮาร์ดดิสก์เป็นอุปกรณ์ที่มีอายุสั้น (เมื่อเทียบกับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์อื่นๆ ที่ไม่มีชิ้นส่วนเคลื่อนไหวเลย เช่นแรม)

ผู้สันทัดกรณีกล่าวว่าฮาร์ดดิสก์มีสองประเภท คือประเภทที่ “ใกล้จะพัง” และประเภทที่ “พังไปแล้ว” ฮาร์ดดิสก์ที่เราจะใช้ในโครงงานนี้คือประเภทหลัง ผู้เขียนเคยใช้ฮาร์ดดิสก์ครบทุกยี่ห้อ (ซีเกต เวสต์เทอร์นดิจิตอล ไอบีเอ็ม แมกซ์เตอร์ ซัมซุง ฯลฯ) พบว่าไม่มียี่ห้อใดทนทานกว่ายี่ห้อใด ทุกยี่ห้อพังง่ายพอๆ กัน ในห้องปฏิบัติการฯ มีฮาร์ดดิสก์เก่ามากกว่ายี่สิบตัว เมื่อนำมาตรวจสอบดู พบว่า เกือบทั้งหมดใช้งานไม่ได้แล้ว มีอยู่สองตัวยังใช้งานได้ แต่มีความจุน้อยเกินไปจนไม่มีประโยชน์ (ความจุ 2 GB)

ฮาร์ดดิสก์ที่เหมาะแก่การดัดแปลงในโครงงานนี้เป็นฮาร์ดดิสก์ที่มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

  1. ชำรุดแล้ว : แน่นนอนว่าเราคงไม่อยากนำฮาร์ดดิสก์ที่ยังใช้งานได้ดีอยู่มาแกะ เพราะฮาร์ดดิสก์เป็นอุปกรณ์ราคาสูงจึงไม่คุ้มที่จะนำมาดัดแปลงเช่นนี้ หากท่านไม่มีฮาร์ดดิสก์ที่ชำรุดแล้ว ให้ไปที่ศูนย์ไอที ลองดูร้านที่ขายสินค้าเก่า มักมีซากฮาร์ดดิสก์กองไว้ ราคาประมาณตัวละ 100-300 บาท
  2. มีขนาดใหญ่ : ฮาร์ดดิสก์สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์แบบโน้ตบุ๊ก หรือฮาร์ดดิสก์ในเครื่องไอพอด เล็กเกินไปสำหรับโครงงานนี้ ที่เราจะใช้คือฮาร์ดดิสก์ขนาดปรกติที่ใช้กันในคอมพิวเตอร์เดกส์ท็อป (มีขนาดประมาณ 4×6 นิ้ว)
  3. ไม่ใช่ของโบราญ : ฮาร์ดดิสก์รุ่นเก่ามากๆ จะใช้สเต็ปเปอร์มอเตอร์ (stepper motor) เพื่อขับเคลื่อนหัวอ่าน ส่วนฮาร์ดดิสก์สมัยใหม่จะใช้ลวดเสียงแทน คำว่า “ฮาร์ดดิสก์สมัยใหม่” ที่ว่านี้ไม่ได้หมายถึงฮาร์ดดิสก์ที่ใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ในระยะสิบปีที่ผ่านมานี้ฮาร์ดดิสก์ส่วนมากจะใช้ลวดเสียงทั้งนั้น

กองฮาร์ดดิสก์เก่า

ตัวชี้เลเซอร์

ตัวชี้เลเซอร์ (Laser pointer) คืออุปกรณ์ที่ใช้ชี้บนกระดานหรือบนหน้าจอเพื่อการนำเสนอ เมื่อยี่สิบปีก่อนตอนที่เริ่มมีขายใหม่ๆ ราคาหลายหมื่นบาท ถูกใช้เพื่อช่วยการเล็งเป้าสำหรับพลซุ่มยิง ปัจจุบันตัวชี้เลเซอร์ที่ผลิตในประเทศจีนราคาไม่เกินหนึ่งร้อยบาท หาซื้อได้ทั่วไปตามห้างสรรพสินค้า มักอยู่ในหมวดสินค้าซึ่งเป็นพวงกุญแจ หรือปากกา หรือของเด็กเล่น

แสงเลเซอร์อันตรายต่อดวงตา จึงไม่ควรให้ตัวชี้เลเซอร์ฉายไปยังดวงตาโดยตรง (หรือสะทอนจากกระจกเงาก็ตาม) แม้เครื่องกำเนิดแสงเลเซอร์ในตัวชี้เลเซอร์จะมีความแรงเพียงหนึ่งถึงห้ามิลิวัตต์ (จัดอยู่ในอุปกรณ์เลเซอร์ระดับสอง) เป็นมาตรฐานที่กำหนดไว้เพื่อความปลอดภัย แต่ถ้าฉายแสงเลเซอร์ความแรงขนาดนี้ที่ลูกนัยน์ตาเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดความความเสียหายต่อเยื่อภายในลูกตา (retina) ได้

ผู้เขียนค้นในห้องปฏิบัติการฯ พบตัวชี้เลเซอร์ที่เป็นพวงกุญแจ นำมาทดสอบพบว่าให้แสงอ่อนเกินไป ไม่เหมาะที่จะใช้ในโครงงานนี้ เมื่อค้นหาต่อไปอีกจึงพบปากกาลูกลื่นซึ่งมีตัวชี้เลเซอร์และไฟฉายเล็กซึ่งทำจากไดโอดเปล่งแสงชนิดสว่างพิเศษ (super bright LED) อยู่ภายใน เมื่อนำมาทดสอบพบว่าให้แสงเลเซอร์มีความเข้มน่าพอใจ

ตัวกำเนิดแสงเลเซอร์ในตัวชี้เลเซอร์คือเลเซอร์ไดโอด เป็น LED(Light Emitting Diode ไดโอดเปล่งแสง) ชนิดหนึ่งที่ให้แสงเลเซอร์ คุณสมบัติของมันคือ เป็นอุปกรณ์ที่ทำจากสารกึ่งตัวนำ ไม่ใช่หลอดไฟ จึงไม่มีไส้หลอด กินกระแสน้อย ต้องป้อนไฟเลี้ยงให้มีแรงดันถูกต้อง และถูกขั้ว ตัวกำเนิดแสงเลเซอร์ในตัวชี้เลเซอร์ราคาถูกมักให้แสงสีแดง มีบ้างที่ให้แสงสีเขียวหรือสีน้ำเงิน แต่พบได้ไม่บ่อยนัก

ตัวชี้เลเซอร์ที่เป็นปากกาลูกลื่น

เครื่องกำเนิดแสงเลเซอร์ซึ่งอยู่ในตัวชี้เลเซอร์แบบพวงกุญแจ

กระจกเงาขนาดเล็ก

โครงงานนี้จำเป็นต้องใช้กระจกเงาเล็กๆ สองบานเพื่อทำหน้าที่หักเหแสงเลเซอร์ หลังจากค้นในห้องปฏิบัติการฯ จนแน่ใจแล้วว่าไม่มีกระจกเงาขนาดเล็ก ผู้เขียนตัดสินใจเดินทางไปยังร้าน เซเว่น อีเลฟเว่น ที่อยู่ใกล้ห้องปฏิบัติการฯ พบกระจกเงาเล็กๆ ยี่ห้อ ดีสนีย์ ในมุมสินค้าเครื่องสำอาง กระจกนี้ราคาสิบหกบาท มีขนาดประมาณ 2×2 นิ้ว มีฝาและกรอบเป็นพลาสติก ผู้เขียนตัดสินใจซื้อมาสามบาน คละแบบ เพื่อทดสอบ พบภายหลังว่าบานที่มีรูปร่างโค้ง (บานหน้าสุดในภาพ) เหมาะสำหรับการใช้งานกว่าแบบกลม (สองบานข้างหลัง)

หากท่านมีกระจกเงาแบบอื่นๆ ซึ่งมีขนาดประมาณ 2×2 นิ้วก็ใช้ได้เช่นกัน หากมีกระจกเงาบานใหญ่ จะใช้เครื่องมือตัดกระจกตัดให้ได้ขนาดเท่านี้ก็ได้ จุดสำคัญคือกระจกต้องบาง (หนาประมาณ 2 มิลลิเมตร) และเบา (ประมาณ 5 ถึง 10 กรัม) ส่วนวัสดุอื่นๆ ที่มีผิวหน้าเงา สะทอนแสงได้เหมือนกระจก เช่นพลาสติกชุบโครเมียม ก็พอใช้ได้แต่ไม่สู้ดี ถ้าพูดถึงเรื่องการสะท้อนแสงเลเซอร์แล้ว ไม่มีอะไรสู้กระจกเงาธรรมดาได้

กระจกเงาเล็กๆ ยี่ห้อ ดีสนีย์

กระจกเงาเช่นนี้มีสองแบบ คือแบบกลมกับแบบโค้ง แบบที่เหมาะสำหรับโครงงานนี้คือแบบโค้ง (อันบน)

ยางลบ

เราจะใช้ยางลบทำหน้าที่เป็นขาตั้ง ช่วยยึดกระจกเงาไว้ในตำแหน่งที่ต้องการ สาเหตุที่เลือกใช้ยางลบเพราะเป็นสิ่งที่หาได้ง่าย มีความแข็งแรงแต่ยืดหยุ่น สามารถตัดให้เป็นรูปทรงต่างๆ ตามต้องการได้ง่าย มีน้ำหนักเบา ยางลบที่ใช้มีขนาด 3×2 ซ.ม. หนา 1 ซ.ม. เป็นยางลบดินสอ (ยางลบหมึกไม่เหมาะเพราะแข็งเกินไป)

ผู้เขียนซื้อยางลบนี้มาจากเทสโก้ หนึ่งถุงมีห้าอัน ราคาประมาณ 25 บาท ไม่ได้ซื้อมาลบดินสอ แต่นำมาใช้เพื่อซ่อมบำรุงอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ (ขัดถูหน้าสัมผัสของการ์ดเพิ่มขยาย และแรม) หากท่านมียางลบยี่ห้ออื่น แบบอื่น ที่มีขนาดใกล้เคียงกันก็ใช้แทนกันได้ ไม่จำเป็นต้องใช้เฉพาะยางลบยี่ห้อที่เห็นในภาพ

ยางลบ

เทปกาวสองหน้า

โครงงานนี้เราจะใช้เทปกาวสองหน้าเพื่อยึดยางลบไว้กับกระจกเงา ซึ่งทั้งสองสิ่งนี้จะถูกติดตั้งไว้บนแขนกลอีกทีหนึ่ง สาเหตุที่ใช้เทปกาวสองหน้าเพราะหาง่าย ยึดเกาะกับยางลบและกระจกเงาได้ดี สามารถนำมาตัดให้เข้ากับจุดที่จะติดตั้งได้ง่าย ให้เลือกใช้เทปกาวสองหน้าซึ่งมีคุณภาพสูง เพราะเมื่อวงจรทำงานแขนกลจะสั่นอย่างรุนแรง หากใช้เทปกาวสองหน้าคุณภาพต่ำ กระจกเงาจะหลุดออกจากฐาน เราจึงจำเป็นต้องใช้เทปกาวสองหน้าที่มีกำลังยึดเกาะสูง ควรซื้อเทปกาวสองหน้าอย่างดีที่สุดเท่าที่จะหาได้ (เลือกอันที่แพงสุด) ไม่ต้องห่วงเรื่องราคา เพราะเราใช้ปริมาณไม่มาก ซื้อม้วนเล็กที่สุดก็พอ

เทปกาวสองหน้ามีหลายแบบ แบ่งออกตามความหนา คือมีแบบบาง แบบหนาธรรมดา และแบบหนาพิเศษ เทปกาวสองหน้าที่เราจะใช้ในโครงงานนี้เป็นแบบหนาธรรมดา คือมีความหนาประมาณครึ่งมิลลิเมตร ทางเลือกอื่นนอกเหนือจากเทปกาวสองหน้าคือใช้ปืนยิงกาว เป็นเครื่องมือรูปร่างเหมือนปืน ภายในมีขดลวดความร้อน เมื่อใส่กาวแท่ง (เป็นแท่งกลมยาว ทำจากไวนีลอาซิเตทโพลีเมอร์) กาวจะละลายด้วยความร้อนออกทางปลายปืน เมื่อกาวแห้งจะแข็งตัวจะยึดจับวัสดุที่เราต้องการได้

เทปกาวสองหน้าแบบหนาธรรมดา

เทปกาวสองหน้าแบบบาง   ปืนยิงกาว

แหล่งจ่ายไฟ

ในโครงงานนี้ไม่ต้องจ่ายไฟให้มอเตอร์ของฮาร์ดดิสก์ แต่เราต้องการแหล่งจ่ายไฟให้แก่ตัวชี้เลเซอร์ ปรกติตัวชี้เลเซอร์ใช้พลังงานจากถ่านไฟฉายขนาดกระดุม (button cell) สามก้อน ถ่านไฟฉายชนิดนี้มีแรงดันก้อนละ 1.5 โวลต์ ถ่านไฟฉายแบบนี้มีข้อดีคือมีขนาดกะทัดรัด แต่ข้อเสียคือใช้งานได้ไม่นาน จึงไม่เหมาะกับโครงงานนี้

แหล่งจ่ายไฟที่ผู้เขียนใช้คือแหล่งจ่ายแบบควบคุมดัน 5 โวลต์ (regulator power supply) ที่มีอยู่ในห้องปฏิบัติการฯ หากท่านไม่มีจะใช้แหล่งจ่ายไฟอเนกประสงค์แบบปรับความดันได้หลายขนาดก็ได้ แหล่งจ่ายไฟชนิดนี้จ่ายไฟกระแสตรง ปรับความดันได้ตั้งแต่ 1.5 ถึง 12 โวลต์ หากจะนำมาใช้ในโครงงานนี้ให้ปรับความดันไว้ที่ 4.5 โวลต์

ทางเลือกอีกอย่างหนึ่งคือใช้ถ่ายไฟฉายขนาดแรงดัน 9 โวลต์ ซึ่งใช้ได้กับตัวชี้เลเซอร์บางแบบ แต่แรงดันอาจสูงเกินไปสำหรับตัวชี้เลเซอร์บางแบบ และอาจทำให้ตัวชี้เลเซอร์ชำรุดได้ หากจำเป็นต้องใช้ถ่ายไฟฉายขนาดแรงดัน 9 โวลต์จริงๆ ขอแนะนำให้ใช้ร่วมกับวงจรควบคุมดัน 5 โวลต์ หรือจะซื้อแหล่งจ่ายไฟตรง 5 โวลต์ (กระแส 250 มิลลิแอมป์) จากร้านขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ก็ได้

แหล่งจ่ายแบบควบคุมดัน 5 โวลต์

ถ่ายไฟฉายขนาดแรงดัน 9 โวลต์

แหล่งจ่ายไฟอเนกประสงค์แบบปรับความดันได้หลายขนาด

สรุปรายการวัสดุ

  1. ฮาร์ดดิสก์ที่ชำรุดแล้ว
  2. กระจกเงา
  3. ยางลบ
  4. เทปกาวสองหน้า
  5. ปากคีบ
  6. ถ่านไฟฉาย

เครื่องมือ

ต่อไปเป็นรายการเครื่องมือที่ต้องใช้ในโครงงานนี้ เป็นเครื่องมือธรรมดาที่พบได้ในห้องปฏิบัติการฯ ทั่วไป โดยมีรายการดังนี้

  • มิเตอร์ : ใช้วัดจุดบัดกรีว่าลัดวงจรหรือไม่ จะใช้แบบอนาลอกหรือดิจิตอลก็ได้ ใช้ยี่ห้ออะไรหรือรุ่นอะไรก็ได้ทั้งนั้น
  • หัวแร้ง : หัวแร้งวัตต์ต่ำ (20-30 วัตต์) ใช้ร่วมกับตะกั่วบัดกรีธรรมดา (ตะกั่วเส้นแบบมียางสนภายในหรือ flux core เป็นตะกั่วผสมดีบุกอัตราส่วน 60/40 เส้นโตขนาด 22swg หรือ 0.7 มิลลิเมตร)
  • คีม : คีมตัดสายไฟเล็กๆ หรือที่ช่างเรียกว่าคีมปากนกแก้ว
  • กรรไกร : กรรไกรตัดกระดาษธรรมดา ใช้ตัดแผ่นพลาสติกใสและเทป
  • มีด : มีดคัตเตอร์หรือมีดทำงานอดิเรก ใช้ตัดเทปกาวสองหน้า
  • ไขควง : ไขควงขนาดเล็กแบบที่ช่างซ่อมแวนหรือนาฬิกาใช้
  • ปากคีบเล็ก : คือสายไฟซึ่งมีปลายสองด้านเป็นปากคีบเล็กๆ

มิเตอร์แบบอนาลอก

มิเตอร์แบบดิจิตอล

หัวแร้งและตะกั่ว

กรรไกร

มีดทำงานอดิเรก

ไขควงเล็ก

ปากคีบเล็ก

ขั้นตอนการทำ

วิธีสร้างฮาร์ดดิสก์แสงเพลงทำได้ไม่ยาก เพียงแค่นำฮาร์ดดิสก์มาถอดฝาและแผ่นวงจรออก นำสายไฟมาบัดกรีลวดเสียง ติดตั้งกระจกเงาและตัวชี้แสงเลเซอร์ เพียงเท่านั้นก็เรียบร้อย รายละเอียดของวิธีทำมีดังนี้

ฝาครอบด้านบนฮาร์ดดิสก์

ผู้เขียนสุ่มหยิบฮาร์ดดิสก์ออกมาจากองหนึ่งตัว พบว่าเป็นฮาร์ดดิสก์ยี่ห้อแมกซ์เตอร์ รุ่นไดมอนแมกซ์ พลัส 9 เป็นแบบ ATA/133 ผลิตในประเทศสิงค์โปร ไม่ทราบขนาด ความจุ และปีที่ผลิต โปรดสังเกตว่าด้านบนมีนอตหกตัว สี่ตัวที่ขอบมุม และสองตัวที่ขอบตรงกลาง ผู้เขียนพบว่ายังมีนอตอยู่อีกสองตัวตรงกลาง แต่นอตสองตัวนี้ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียนภายใต้แถบกาวที่เป็นวงกลมสีขาว

ฝาครอบด้านบนฮาร์ดดิสก์

วงจรควบคุมฮาร์ดดิสก์

เมื่อพลิกดูด้านล่างของฮาร์ดดิสก์ จะพบว่ามีแผ่นวงจรพิมพ์ที่ประกอบด้วยอุปกรณ์อีเล็กทรอนิกส์ขนาดจิ๋วจำนวนมาก มันคือวงจรควบคุมการทำงานของฮาร์ดดิสก์ ในโครงงานนี้เราจะไม่ใช้ และจะต้องถอดออกทิ้งไป สาเหตุที่ต้องถอดออกเพราะภายใต้วงจรนี้มีจุดต่อสายไฟไปยังลวดเสียงที่เราต้องการเข้าถึง

วงจรควบคุมการทำงานของฮาร์ดดิสก์

||แสดงความคิดเห็นผ่าน Facebook||


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *