ฮาร์ดดิสก์แสงเพลง ตอนจบ

ฮาร์ดดิสก์แสงเพลง ตอนจบ

ฮาร์ดดิสก์เก่าอย่าเพิ่งโยนทิ้ง นำมาดัดแปลงเป็นเครื่องยิงลำแสงเลเซอร์ที่ทำงานตามเสียงดนตรีกันดีกว่า

 
ฮาร์ดดิสก์แสงเพลง หรือ “คีตะรังสี” เมื่อเสร็จสมบูรณ์แล้ว

  • บทความ: ฮาร์ดดิสก์แสงเพลง
  • เขียนโดย: ลาภลอย วานิชอังกูร www.laploy.com
  • เขียนเมื่อ: 9-2007 CHIP 

     

ดั่งดวงดาว

การถอดแผ่นวงจรพิมพ์เราต้องขันนอตออก โชคร้ายที่ฮาร์ดดิสก์ใช้นอตแบบ “ทอกซ์” (Trox head screw) ซึ่งเป็นนอตหัวรูปดาวหกแฉก (เหมือนดาวในธงชาติอิสราเอล) มันคือนอตตามมาตรฐาน ISO10664 นอตหัวดาวนี้สร้างปัญหาให้ผู้เขียนเล็กน้อย เพราะไม่สามารถใช้ไขควงหัวแฉกไขได้ และในห้องปฏิบัติการฯ ก็ไม่มีไขควงหัวดาว ผู้เขียนแก้ปัญหาโดยใช้ไขควงหัวแบนธรรมดาที่มีขนาดเพอดีกับรอยบากรูปดาว

นอตที่ยึดแผ่นวงจรพิมพ์กับตัวฐานของฮาร์ดดิสก์เป็นนอตหัวดาว

แม้จะลำบาก แต่หลังจากใช้ความพยายามเล็กน้อยก็ใช้ไขควงหัวแบนขันนอตชนิดนี้ได้

ถอดแผ่นวงจร

ตรวจดูว่ามีนอตอยู่ตรงไหนบ้าง แล้วถอดออกให้หมด เมื่อถอดครบแล้วท่านจะสามารถยกแผ่นวงจรพิมพ์ออกจากฐานของฮาร์ดดิสก์ได้โดยไม่ต้องถอดสายไฟใดๆ อีก เพราะวงจรเชื่อมต่อกับชิ้นส่วนบนตัวฮาร์ดดิสก์ผ่านหน้าสัมผัส

ถอดแผ่นวงจร

มอเตอร์

ที่ศูนย์กลางของฮาร์ดดิสก์คือมอเตอร์ซึ่งทำหน้าที่หมุนจานบันทึกข้อมูล เมื่อถอดแผ่นวงจรพิมพ์ออกแล้ว เราจะเห็นสายไฟที่ออกจากแกนกลางมายังหน้าสัมผัส ในโครงการนี้เราจะไม่ใช้มอเตอร์ ดังนั้นเราจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับหน้าสัมผัสเหล่านี้

หน้าสัมผัสของสายไฟจากมอเตอร์

เปิดฝาบน

ไขนอตแปดตัวซึ่งทำหน้าที่ยึดฝาบน เมื่อเปิดฝาได้แล้วเราจะเห็นอุปกรณ์ต่างๆ ในฮาร์ดดิสก์ จะเห็นว่ามีจานบันทึกข้อมูลเรียงซ้อนกันอยู่ถึงสามจาน

เปิดฝาบน

แขนกลและลวดเสียง

แกนเหล็กที่พาดจากด้านข้างไปถึงกึ่งกลางของจานคือแขนกล แขนนี้ทำหน้าที่ให้หัวอ่าน-เขียนสามารถเคลื่อนไปยังส่วนต่างๆ ของแผ่นดิสก์ได้ มุมบนขวาสุดมีแท่งเหล็กรูปตัว D มันคือโครงของแม่เหล็กถาวรกำลังสูง ภายใต้โครงเหล็กนี้มีลวดเสียง แกนของลวดนี้ยึดติดกับแขนกล เมื่อเราปล่อยกระแสไฟฟ้าสลับเข้าสู่ขวดลวด จะเกิดสนามแม่เหล็กซึ่งจะผลักและดูดแม่เหล็กถาวร เป็นผลให้แขนกลขยับเขยื้อนไปตามสัญญาณไฟฟ้า

โปรดสังเกตว่าแขนกลมีวงจรอีเล็กทรอนิกส์ติดอยู่ด้วย นี่คือวงจรของหัวอ่าน-เขียน แม้เราจะไม่ใช้ในโครงงานนี้แต่ก็ไม่จำเป็นต้องถอดออก จากวงจรนี้มีแถบสีส้มพาดมายังแถบขั้วสัมผัสด้านล่าง (แท่งสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มีรหัสแถบ) แถมส้มนี้เป็นแผ่นฟิล์มบางๆ ที่มีเส้นตัวนำไฟฟ้าภายใน ทำหน้าที่เป็นสายไฟเชื่อมต่อระหว่างวงจรหัวอ่าน-เขียน ลวดเสียง และหน้าสัมผัส

โปรดสังเกตต่อไปอีกว่าด้านซ้ายสุดของแถบส้ม ภายในมีสายไฟสองเส้นที่แยกต่างหากจากสายไฟอื่นๆ สายสองเส้นนี้คือสายไฟที่ต่อไปยังลวดเสียง ส่วนสายไฟอื่นๆ ทางขวาเป็นสายไฟที่ไปต่อเชื่อมกับวงจรของหัวอ่าน-เขียน

อุปกรณ์ต่างๆ ภายในฮาร์ดดิสก์

แขนกล

แม่เหล็กและลวดเสียง

วงจรของหัวอ่าน-เขียน

เชื่อมสายเส้นเสียง

ตอนนี้ได้เวลาจับตะกั่วและหัวแร้งกันแล้ว แต่ไม่ต้องห่วงว่าจะยุ่งยาก การบัดกรีในโครงงานนี้ง่ายมาก เพราะมีจุดบัดกรีเพียงแค่สองจุดเท่านั้น ก่อนบัดกรีให้ไล่ดูสายลวดเสียงว่าต่อเข้ากับหน้าสัมผัสขาไหน เมื่อพบแล้วให้บัดกรีสายไฟสองเส้นเข้ากับขั้วนั้น

หากไม่แน่ใจว่าหน้าสัมผัสขาไหนต่อกับสายลวดเสียง ท่านสามารถตรวจสอบได้โดยนำสายไฟต่อกับไฟ 5 โวลต์ แล้วเขี่ยกับหน้าสัมผัสที่คาดว่าใช่ ขณะเขี่ยให้มองดูแขนกลไปด้วย หากเขี่ยถูกเส้น แขนกลจะขยับ ข้อควรระวังคือการเขี่ยอย่าให้สายไฟแตะกับหน้าสัมผัสนานเกินไป เพราะอาจทำให้ลวดเสียงไหม้ชุดรุดเสียหายได้

เมื่อบัดกรีแล้วนำปลายอีกด้านของสายไฟสองเส้นไปต่อกับลำโพงของเครื่องขยายเสียง จะต่อกับลำโพงซีกซ้ายหรือขวาก็ได้ หากระบบสเตอริโอของท่านมีลำโพง ซับวูฟเฟอร์ ให้ต่อกับลำโพงซับวูฟเฟอร์ การต่อเชื่อมให้คิดเสียว่าลวดเสียงของฮาร์ดดิสก์เป็นลำโพงตัวหนึ่ง

ก่อนต่อสายจากลวดเสียงกับเครื่องขยายเสียง โปรดตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่าสายไฟที่บัดกรีไว้ไม่ลัดวงจร เพราะหากลัดวงจรจะทำให้เครื่องเสียงชำรุดได้ วิธีตรวจสอบทำได้โดยใช้มิเตอร์ตั้งมาตรโอมแล้ววัดที่ปลายสายทั้งสองขั้ว (วัดก่อนต่อกับลำโพง) ผลการวัดควรจะมีความต้านทาน หากวัดแล้วได้ศูนย์โอมแสดงว่าจุดบัดกรีลัดวงจร หรือมีความผิดปรกติกับลวดเสียง

เครื่องขยายเสียงควรมีกำลังขับอย่างน้อย 30 วัตต์ จึงจะสามารถขับให้ลวดเสียงของฮาร์ดดิสก์ทำงานได้ เมื่อต่อสายและตรวจสอบเรียบร้อยทุกอย่างแล้วให้เปิดเครื่องขยายเสียง เปิดเพลงที่มีเสียงเบสมาก เช่นเพลงฮิพฮอพ หากทุกอย่างถูกต้องแขนกลจะขยับตามเสียงเพลง และจะมีเสียงดนตรีดังออกมาจากฮาร์ดดิสก์ด้วย เพราะบัดนี้ฮาร์ดดิสก์ของท่านได้กลายสภาพเป็นลำโพงไปเสียแล้ว

บัดกรีสายไฟสองเส้นกับหน้าสัมผัสที่ต่อไปลวดเสียง

ใช้มิเตอร์วัดจุดบัดกรีเพื่อตรวจสอบว่าลัดวงจรหรือไม่

ติดเทปบนแขนกล

ขั้นตอนต่อไปเราจะติดกระจกเงาบนแขนกล นำเทปสองหน้าตัดออกให้มีขนาดพอเหมาะแล้วติดลงไปบนแขนกล เราจะเว้นไม่ให้เทปกาวติดกับ “จุดแกนของแขนกล” (Actuator Axis) เพราะจุดแกนเป็นชิ้นส่วนซึ่งไม่เคลื่อนที่ การเว้นทำโดยตัดกระดาษไปวางไว้เหนือจุดแกนก่อนติดเทปกาวสองหน้าทับลงไป เมื่อติดเทปครบทั่วแล้วให้ใช้มีดตัดเทปกาวส่วนเกินออก

จุดแกนของแขนกลคือส่วนที่ผู้เขียนนำกระดาษสีขาวกลมๆ ไปวางไว้

ใช้มีดตัดเทปกาวส่วนเกินออก

สภาพของแขนกลเมื่อตัดเทปกาวสองหน้าเรียบร้อยแล้ว

สร้างฐานของกระจก

ขั้นตอนนี้เราจะนำยางลบมาตัด แล้วติดบนแขนกล เพื่อทำหน้าที่เป็นฐานของกระจกเงา วิธีทำให้วัดขนาดของแขนกลแล้วตัดยางลบให้มีขนาดใกล้เคียงกัน ติดเทปกาวสองหน้าที่ยางลบ นำยางลบมาติดไว้บนแขนกล กดให้แน่น แต่ระวังอย่าออกแรงมากเกินไปจนแขนกลคดงอ

ตัดยางลบให้มีขนาดใกล้เคียงกับแขนกล

ติดเทปกาวสองหน้าที่ยางลบ

นำยางลบมาติดไว้บนแขนกล

ติดตั้งกระจกเงาบานที่หนึ่ง

เราจะติดกระจกเงาหนึ่งบานบนแขนกล ขั้นแรกให้แกะกระจกออกจากกรอบ สาเหตุที่เอากรอบออกเพราะต้องการลดน้ำหนักของกระจก วิธีแกะให้บิดงอกรอบเล็กน้อย เมื่อกระจกเผยอขึ้นให้สอดใบมีดเข้าด้านหลังกระจกแล้วเลื่อนใบมีดไปรอบๆ ระวังอย่าใช้แรงมากเพราะอาจทำให้กระจกแตก หรืออาจทำให้ใบมีดเฉลบออกมาบาดมือได้ เพื่อความปลอดภัยโปรดใส่ถุงมือหนังขณะทำขั้นตอนนี้

เมื่อนำกระจกออกจากกรอบได้แล้ว ให้นำไปติดไว้บนฐานที่สร้างจากยางลบ (จากขั้นตอนก่อนหน้านี้) หากท่านมีเครื่องมือตัดกระจก อาจตัดกระจกให้มีขนาดเล็กลง ซึ่งจะทำให้กระจกมีน้ำหนักเบาขึ้น และเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น เมื่อติดตั้งกระจกเสร็จแล้วให้เปิดเพลง และตรวจสอบดูว่ากระจกติดแน่นดีหรือไม่ หลุดออกจากฐานเมื่อแขนกลสั่นเป็นเวลานานหรือไม่ สามารถเคลื่อนไหวตามเสียงเพลงได้ดีหรือไม่

แกะกระจกออกจากกรอบ

นำกระจกมาติดไว้บนฐาน

ติดตั้งกระจกเงาบานที่สอง

อันที่จริงโครงงานนี้เราจะใช้กระจกเงาเพียงบานเดียวก็ได้ แต่ที่ใช้กระจกเงาสองบานก็เพราะต้องการติดตั้งเครื่องยิงแสงเลเซอร์ไว้บนตัวฮาร์ดดิสก์ จะทำให้ได้ผลงานที่กะทัดรัดดีกว่าการติดตั้งเครื่องยิงแสงเลเซอร์ไว้ภายนอก การติดตั้งกระจกเงาบานที่สองทำได้ง่ายมาก เพียงนำเทปกาวสองหน้ามาติดไว้ในตำแหน่งที่เห็นในภาพ (เยื้องกับกระจกเงาบานที่หนึ่ง) เมื่อนำกระจกเงาบานที่สองมาติดกับเทปกาวสองหน้าแล้ว กระจกทั้งสองบานจะอยู่ในลักษณะเกือบขนานกัน

ติดเทปกาวสองหน้าที่มุมตรงข้ามกับแม่เหล็ก

กระจกทั้งสองบานจะอยู่ในลักษณะหันหน้าเข้าหากัน

เครื่องยิงลำแสงเลเซอร์

เมื่อประกอบส่วนฐานและกระจกเงาเสร็จแล้ว ต่อไปเราจะมาลงมือทำส่วนยิงลำแสงเลเซอร์ซึ่งมีขั้นตอนดังต่อไปนี้

นำปากกาที่มีตัวชี้เลเซอร์มาถอดไส้ปากกาออกแล้วแกะถ่านออกให้หมด

ดูภายในด้ามปากกา จะเห็นสปริงทำหน้าที่เป็นขั้วลบของไฟเลี้ยงเครื่องยิงลำแสงเลเซอร์

นำแผ่นพลาสติกหรือกระดาษบางๆ มาตัดออกให้มีขนาดประมาณ 2×4 นิ้ว

เราจะใช้แผ่นพลาสติกนี้ทำหน้าที่เป็นฉนวนป้องกันการลัดวงจร

ม้วนแผ่นพลาดติดแล้วสอดไว้ในด้ามปากกา ดูให้แน่ใจว่าสอดเข้าลึกเลยส่วนที่เป็นสปริง

นำปากคีบมาถอดยางหุ้มออก

นำปากคีบสอดเข้าไปในปลายด้ามปากกา แล้วหนีบไว้กับสปริง ทำหน้าที่เป็นขั้วลบ

นำปากคีบอีกอันมาหนีบกับตัวเหน็บกระเป๋าซึ่งต่อกับตัวถังของปากกา ทำหน้าที่เป็นขั้วบวก

นำปากคีบไปหนีบกับแหล่งจ่ายไฟหรือถ่ายไฟฉาย ดูให้แน่ใจว่าหนีบถูกขั้วบวก-ลบ

นำเทปพันสายไฟมาพันทับสวิทช์ เพื่อให้อยู่ในตำแหน่งเปิดตลอดเวลา แล้วจ่ายไฟเข้า เพียงเท่านี้เราก็จะได้เครื่องยิงแสงเลเซอร์ที่พร้อมใช้งาน

ติดตั้งเครื่องยิงลำแสงเลเซอร์

ขั้นตอนสุดท้ายคือการติดตั้งเครื่องยิงลำแสงเลเซอร์ หลักการติดตั้งคือให้เครื่องยิงลำแสงเลเซอร์อยู่ในตำแหน่งที่จะยิงแสงไปยังกระจกเงาบานที่สอง แล้วสะท้อนไปยังกระจกเงาบานที่หนึ่ง สุดท้ายแสงเลเซอร์จากกระจกเงาบานที่หนึ่งจะสะท้อนไปยังฉากรับภาพหรือกำแพงห้อง

วิธีติดตั้งเครื่องยิงลำแสงเลเซอร์ให้ทำดังนี้

  1. ให้ปิดม่านและไฟในห้องให้มืด
  2. จุดธูปสอง-สามดอก ควันธูปจะช่วยให้มองเห็นลำแสงเลเซอร์ได้ง่ายขึ้น
  3. จ่ายไฟเข้าเครื่องยิงลำแสงเลเซอร์
  4. นำเครื่องยิงลำแสงเลเซอร์มาวางในตำแหน่งตามตามที่เห็นในภาพ
  5. ขยับส่วนหัวของเครื่องยิงลำแสงเลเซอร์จนกระทั่งได้มุมสะท้อนแสงตามที่เห็นในภาพ
  6. ใช้ดินสอทำเครื่องหมายตำแหน่งไว้
  7. นำเครื่องยิงลำแสงเลเซอร์มายึดติดกับตำแหน่งที่ทำเครื่องหมายไว้ โดยใช้เทปกาวสองหน้า

ตำแหน่งการติดตั้งเครื่องยิงลำแสงเลเซอร์

การพัฒนาฮาร์ดดิสก์แสงเพลง

เมื่อทำงานมาถึงขั้นนี้ฮาร์ดดิสก์แสงเพลงของเราก็พร้อมวาดลวดลายตามจังหวะเพลง เราอาจพัฒนาฮาร์ดดิสก์แสงเพลงให้ก้าวหน้าไปกว่านี้ได้อีก เช่นสร้างฮาร์ดดิสก์แสงเพลงสามชุด โดยให้แต่ละชุดทำงานกับระดับเสียงต่างกัน คือเสียงทุ้ม เสียงกลาง และเสียงแหลม การแยกระดับเสียงทำได้โดยใช้วงจรแยกความถี่แบบสามทาง (3 way crossover network) เป็นอุปกรณ์ที่หาซื้อได้ตามร้านขายอะไหล่เครื่องเสียง (เช่นที่บ้านหม้อ) หากท่านต้องการสร้างแต่ไม่อยากไปเที่ยวหาชิ้นส่วน ท่านสามารถสั่งซื้อชุดคิทได้ที่นี่ หากท่านมีคำถามใดๆ โปรดโพสข้อความไว้ที่เว็บไซต์ laploy.com ผู้เขียนจะตอบทุกคำถามเท่าที่ทำได้

||แสดงความคิดเห็นผ่าน Facebook||


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *